นาฬิกา Orient Star Classic Mechanical สายหนัง – Limited (RE-ND0014L)

นาฬิกา Orient Star Classic Mechanical สายหนัง – Limited (RE-ND0014L)

21,000 ฿

The model is the 70th anniversary limited-edition Classic Semi Skeleton with a fresh new design in matching his and her models. The dial features an exquisite combination of colour gradation from navy blue to green and glittering accents to evoke the image of outer space and distant nebulae. It shares the same classically curved dial featuring stylish embossed index markers, delicate roman numerals, and spade shaped hands. And an elegant profile viewed from its side by gently domed mineral glass crystals, accented by rhinestone set in the crown. The model is available in a limited edition of just 450 pieces worldwide coming with a blue calf leather strap.

ขนาด

ตัวเรือน

แสตนเลส

กันน้ำ

50 เมตร

ข้อมูลจำเพาะ

Case:

Case Size 3H-9H: 30.5mm
Case Size 12H-6H: 36.6mm
Case Material: Stainless Steel
Caseback Design: See-through Caseback
Caseback Structure: Screw Caseback
Glass Material: Crystal Glass
Glass Material: Caseback: Crystal Glass
Pair: RE-AT0205L

Movement:

Automatic Self-Winding: Yes
Jewels: 20 Jewels
Vibration: 21,600 vibrations/hour
Hand Winding: Yes
Movement: Mechanical
Caliber Code: Cal.55C22 Made in Japan

Feature:

Water Resistance: 5bar (50m)

เรื่องราว

Orient Star เปิดตัวนาฬิกาสุดพิเศษรุ่นใหม่ในโอกาสครบรอบ 70 ปีกับรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นในคอนเซปต์เนบูล่า
Orient Star เปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษที่ผลิตออกมาแบบจำกัดจำนวนเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 70ปี ในซีรีย์ Mechanical Moon Phase, Modern Skeleton และ Classic Semi Skeleton ที่มาในแบบดีไซน์สำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Orient Star มุ่งมั่นในการผลิตนาฬิกาจักรกลคุณภาพสูงภายในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเปรียบเสมือน ”ดวงดาวที่เปล่งประกาย”และหลอมรวมงานฝีมือที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานเข้าไว้กับเทคโนโลยีอันสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ในโอกาสที่ครบรอบ 70 ปีนี้ แบรนด์ได้เลือกใช้สีสันที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพของหมู่ดาวบนห้วงอวกาศหรือเนบูล่า (nebula) ที่ส่องเป็นประกายเป็นตัวแทนของ Orient Star และการผลิตในแบบจำกัดจำนวนในแต่ละรุ่นนี้ทำให้นาฬิกาเป็นที่ต้องการไปในทุกที่มากยิ่งขึ้นด้วย
Mechanical Moon Phase นาฬิการุ่นที่ได้รับความนิยมนี้ยังคงมากับฟังก์ชั่น Power Reserve Indicator พร้อมช่อง semi-skeleton ที่บรรจงเจาะไว้ให้เห็นการทำงานของเครื่องอันซับซ้อนและที่ขาดไปไม่ได้เลยคือหน้าต่างแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมอันเป็นเอกล้กษณ์ของซีรีย์นี้ที่ซ้อนทับด้วยเข็มชี้บอกวันที่ ความโดดเด่นของนาฬิกาอยู่ที่หน้าปัดที่ผลิตจากเปลือกหอยมุกแท้ที่ไล่เฉดจากสีเขียวตรงกลางไปสู่สีน้ำเงินในส่วนรอบนอกที่แสดงออกถึงที่มาของคอนเซ็ปต์ดวงดาวในห้วงอวกาศได้อย่างสมบูรณ์แบบ นาฬิการุ่นนี้ผลิตขึ้นมาจำนวน 100 เรือน ในเวอร์ชั่นสายหนังสะโพกม้าสีดำซึ่งเป็นสายที่ได้รับการขนานนามว่า “King of Leather” ที่นอกจากให้ความสวยงามแล้วยังให้ความแข็งแรงและสวมใส่สบาย การบอกเวลาผ่านเครื่องอัตโนมัติ in-house caliber F7M62 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงตรงและสำรองพลังงานได้นานถึง 50 ชั่วโมง ฝาหลังเป็นกระจกใสแสดงการทำงานของเครื่องพร้อมกับสลักหมายเลขการผลิตประจำเรือน

Modern Skeleton รุ่นพิเศษอีกหนึ่งรุ่นที่มีเอกลักษณ์ตรงช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ตรงบริเวณ 9 นาฬิกาและการออกแบบโดยรวมที่มีการเผยให้เห็นเครื่องภายในจากการเจาะหน้าปัดในหลากหลายรูปทรง นาฬิการุ่นที่จัดทำขึ้นในวาระพิเศษนี้จะมาในหน้าปัดที่ผสมผสานสีเขียวสด สีเขียวเข้ม และไล่จนเป็นสีน้ำเงินจากจุดศูนย์กลางไปยังบริเวณขอบนอกพร้อมกับเพิ่มความโดดเด่นด้วยการใส่ประกายระยิบระยับของกลิตเตอร์และเลือกใช้เข็มสีทองสุกสว่างเพื่อเป็นตัวแทนของดวงดาวในห้วงอวกาศได้อย่างน่าประทับใจซึ่งเข้ากันอย่างลงตัวกับสายหนังแท้สีน้ำเงินกรมท่า บอกเวลาด้วยเครื่องอัตโนมัติ in-house caliber F6F44 สำรองพลังงานได้นานสูงสุดที่ 50 ชั่วโมง ฝาหลังเป็นกระจกใสพร้อมสลักหมายเลขการผลิตประจำเรือนซึ่งนาฬิกาในซีรีย์นี้ผลิตขึ้นทั้งหมด 600 เรือนเพื่อวางจำหน่ายทั่วโลก (ไม่นับรวมในประเทศญี่ปุ่น)
Classic Semi Skeleton รุ่นสุดท้ายที่ได้ถูกนำมาจัดทำในคอนเซปต์พิเศษนี้ ซึ่งเป็น Orient Star ซีรีย์ใหม่ล่าสุด มีให้เลือกทั้งนาฬิกาขนาดสำหรับผู้ชายและผู้หญิง หน้าปัดถูกทำขึ้นอย่างปราณีตด้วยการไล่เฉดสีน้ำเงินและเขียวพร้อมกับเพิ่มความเป็นประกายด้วยกลิตเตอร์เพื่อสะท้อนภาพของพื้นอวกาศและหมู่ดวงดาวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในรุ่นสำหรับผู้ชายนั้นผลิตขึ้นทั้งหมด 450 เรือนและรุ่นสำหรับผู้หญิงผลิตขึ้นทั้งหมด 150 เรือนทั่วโลก (ไม่นับรวมในประเทศญี่ปุ่น)
Orient Star “Nowhere, Now Here